เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่าการสอบใบรับรอง PMP มีค่าใช้จ่ายที่สูงพอสมควร แต่ผู้บริหารโครงการทั่วไปมักไม่รู้ว่ามีวิธีที่สามารถสอบใบรับรอง PMP ได้โดยมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าปกติ

1. การเข้าร่วมเป็นสมาชิก PMI (US$ 129 หรือ 4,140 บาท)

การเข้าร่วมกับ PMI ไม่ได้เป็นข้อบังคับในการสอบใบรับรอง PMP แต่หากพิจารณาถึงประโยชน์ที่สมาชิก PMI จะได้รับในรอบหนึ่งปีแรกของการดำรงสมาชิกภาพ พบว่ามีความคุ้มค่ามาก สมาชิก PMI จะได้รับส่วนลดค่าใช้จ่ายในกาสอบใบรับรอง PMP ซึ่งมีมูลค่ามากกว่าค่าใช้จ่ายในการสมัครสมาชิก พร้อมทั้งยังได้รับสิทธิพิเศษอื่นๆ ได้แก่ สิทธิการเข้าถึงข้อมูลของหนังสือ Project Management และ หนังสือเตรียมสอบใบรับรอง PMP รวมถึงการดาวโหลด PMBOK Guide Fifth Edition ซึ่งเป็นข้อมูลที่จำเป็นมากสำหรับการสอบใบรับรอง PMP

2. การเข้าร่วมเป็นสมาชิก PMI Thailand Chapter(US$ 25 หรือ 800 บาท)

สิทธิพิเศษมากมายสำหรับสมาชิก PMI Thailand Chapter

ส่วนลดในการเข้าร่วมสัมมนาและกิจกรรมต่างๆ

สมาชิก PMI Thailand Chapter จะได้รับส่วนลดค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมสัมมนาที่จัดขึ้นทุกเดือน และ ส่วนลดในการเข้าร่วมกิจกรรมอื่นๆ เช่น การร่วมเดินทางเพื่อดูงาน กิจกรรมทางสังคม สัมมนา เป็นต้น

การเข้าร่วมการประชุมที่จัดขึ้นเฉพาะสมาชิกเท่านั้น

สมาชิก PMI Thailand Chapter จะได้สิทธิในการเข้าร่วมการประชุมประจำปีแบบพิเศษที่จัดขึ้นเฉพาะสมาชิกเท่านั้น

เครือข่ายนักบริหารโครงการ

PMI Thailand Chapter เป็นเครือข่ายผู้บริหารโครงการที่กว้างขวาง ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 170 คน โดยสมาชิกทั้งหมดเป็นผู้มีความรู้กว้างขวางในการบริหารโครงการหลายประเภทในทุกภูมิภาคของประเทศไทย อีกทั้งสมาชิกยังมาจากหลากหลายธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจการธนาคารและการเงิน ธุรกิจพลังงาน วิศวกรรมและการก่อสร้าง เทคโนโลยีสารสนเทศ ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจการสื่อสาร มหาวิทยาลัย และ หน่วยงานรัฐบาล

โอกาสได้ร่วมเป็นผู้บริหาร PMI Thailand Chapter

สมาชิก PMI Thailand Chapter มีสิทธิเข้าร่วมเป็นผู้บริหารของ Chapter Board of Directors ซึ่งถือเป็นโอกาสดี ที่สมาชิกจะได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการและพัฒนางานด้านการบริหารโครงการในประเทศไทยให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สมาชิกที่ได้รับเลือกมาเป็นผู้บริหารและมีใบรับรอง CAPM หรือ PMP จะได้รับ 10 PDUs ในช่วงเวลาสิบสองเดือนที่ได้ดำรงตำแหน่ง โดยสามารถรับได้สูงสุด 20 PDUs ในช่วงเวลาสามปีของอายุใบรับรอง

การลงทะเบียนเพื่อรับ PDUs

สมาชิก PMI Thailand Chapter ที่มีใบรับรอง CAPM หรือ PMP แล้ว สามารถขอรับ PDU’s ได้โดยการเข้าร่วมการสัมมนาและกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นโดย PMI

สิทธิในการออกเสียง

สมาชิก PMI Thailand Chapter จะได้รับสิทธิในการออกเสียงเพื่อสรรหาผู้บริหารของ Chapter Board of Directors ในรอบหนึ่งปี

3. PMBOK Guide Fifth Edition (ไม่มีค่าใช้จ่าย US$ 67 หรือ 2,150 บาท)

PMBOK เป็นแหล่งข้อมูลที่มีเนื้อหาครบถ้วนและมีความแม่นยำ โดยมีเนื้อหาตรงกับข้อสอบ PMP มากที่สุดProject Manager บางคนได้เคยกล่าวไว้ว่า ไม่ต้องอ่านPMBOKก็สามารถสอบใบรับรอง PMP ผ่านได้แต่ความเป็นจริงหากผู้สอบได้อ่านPMBOKเป็นอย่างน้อยสองครั้งในระหว่างการเตรียมสอบจะพบว่าการเตรียมสอบให้ผลที่ดีมากกว่า

ข่าวดีสำหรับสมาชิกPMI Thailand Chapter โดยสมาชิกสามารถดาวโหลด PMBOK Guide Fifth Edition ได้ที่ PMI Website หรือสั่งซื้อผ่านทางร้านหนังสือออนไลน์โดยสมาชิกจะได้รับส่วนลด 5% สำหรับทุกการสั่งซื้อ

4. การเข้าร่วมฝึกอบรมการบริหารโครงการ (400 – 7,000 บาท)

PMI Thailand Chapter มอบสิทธิให้สมาชิกและผู้บริหารโครงการทั่วไปให้ได้รับการฝึกอบรมและพัฒนาความรู้เพิ่มเติม โดยทาง Chapter ได้จัดให้มีผู้ฝึกสอน การทดลองบริหารโครงการ การร่วมเดินทางเพื่อดูงาน และ การกำหนดแนวทางต่างๆให้ผู้เข้าร่วมฝึกอบรม เป็นประจำทุกเดือนที่กรุงเทพ โดยผู้เข้าร่วมฝึกอบรม สามารถรับ Contact Hours ซึ่งสามารถนำไปสะสมเพื่อใช้เป็นจำนวนชั่วโมงพื้นฐานที่จำเป็นในการสอบใบรับรอง PMP ได้ ตามข้อบังคับของ PMI ผู้สอบต้องมี Contact Hours ครบ 35 contacts เสียก่อน จึงมีสิทธิเข้าสอบได้ สำหรับสมาชิกสามารถเข้าร่วมฝึกอบรมที่ทาง Chapter ได้จัดขึ้นโดยมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าผู้บริหารโครงการทั่วไป

การเข้าร่วมฝึกอบรมการบริหารโครงการกับ PMI Thailand Chapter มีค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000 บาท สำหรับ 7 contacts ซึ่งเท่ากับ 15,000 บาท สำหรับ 35 contacts หรือ ผู้สอบอาจเข้าร่วมฝึกอบรมกับบูทแคมที่จัดขึ้นโดยผู้ที่ได้รับอนุญาตให้มีการจัดการเรียนการสอนจาก PMI (REPs) ได้

สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตารางการฝึกอบรบและกิจกรรมต่างๆได้ที่นี่ here

5. ค่าธรรมเนียมการสอบ PMP

ค่าธรรมเนียมการสอบโดยใช้คอมพิวเตอร์ที่บ่งบอกข้างบนสำหรับผู้ที่เป็นสมาชิกของ PMI เท่านั้น สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก ค่าธรรมเนียมการสอบ US$555 หรือ THB 17,800.

6. การสอบใบรับรอง PMP

เนื้อหาของข้อสอบใบรับรอง PMP จะเป็นไปตาม Project Process Group โดยแบ่งตามสัดส่วนเนื้อหา ดังนี้

–       การเริ่มต้นโครงการ 13%

–       การวางแผนโครงการ 24%

–       การเริ่มปฏิบัติการโครงการ 30%

–       กาติดตามความคืบหน้าและการควบคุมโครงการ 25%

–       การปิดโครงการ 8%

ข้อสอบใบรับรอง PMP ประกอบไปด้วย ข้อสอบอัตนัย สองร้อยคำถาม โดยแต่ละคำถามจะมีตัวเลือกคำตอบให้ สี่ตัวเลือก  ในตอนต้นของการสอบ ผู้สอบจะได้ทดลองทำข้อสอบ ยี่สิบห้าคำถาม ซึ่งจะไม่มีคะแนน ถึงแม้นว่าผู้สอบจะตอบคำถามนั้นถูกต้องก็ตาม เวลาในการทำสอบทั้งหมดคือ สี่ชั่วโมง  จากการวิเคราะห์สถิติในการทำข้อสอบที่ได้บันทึกไว้ พบว่าโดยส่วนมากผู้สอบจะใช้เวลาประมาณสามชั่วโมงมครึ่งในการทำข้อสอบทั้งหมด และอีกครึ่งชั่วโมงเพื่อการทบทวนคำตอบ

7. การนัดหมายวันสอบใบรับรอง PMP

ผู้ที่ต้องการสอบใบรับรอง PMP ต้องส่งคำขอไปยัง PMI Website เมื่อ PMI ได้อนุมัติการสอบแล้ว PMI จะจัดส่งอีเมล์คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการนัดหมายวันสอบ และ รหัสที่ผู้สอบต้องใช้กรอกในขั้นตอนการยืนยันการนัดหมายวันสอบ โดยผู้สอบสามารถนำรหัสที่ได้รับไปใช้ยืนยันการนัดหมายวันสอบได้ภายในระยะเวลาหนึ่งปีนับตั้งแต่วันที่ได้รับรหัส เนื่องจากการสอบใบรับรองเป็นการสอบผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ดังนั้นผู้สอบสามารถทำการสอบที่ศูนย์สอบที่สะดวกทั่วโลก

8. การเปลี่ยนวันสอบที่ได้นัดหมายแล้ว หรือ การยกเลิกการสอบที่ได้นัดหมายแล้ว

การขอยกเลิกการสอบที่ได้นัดหมายแล้ว อาจมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น โดยให้เป็นไปตามระยะเวลาของการขอยกเลิก

–       ระยะเวลาการยกเลิกการสอบ ที่เกิดขึ้นมากกว่าสามสิบเอ็ดวันก่อนถึงวันวันกำหนดสอบ: ไม่มีค่าใช้จ่าย

–       ระยะเวลาการยกเลิกการสอบ ที่เกิดขึ้นภายในช่วงเวลาสามสิบวันและไม่น้อยกว่าสามวันก่อนถึงวันกำหนดสอบ: มีค่าใช้จ่าย US$ 70

–       ระยะเวลาการยกเลิกการสอบ ที่เกิดขึ้นน้อยก่อนสองวันก่อนถึงวันวันกำหนดสอบ: ขอสงวนสิทธิในการไม่คืนค่าใช้จ่าย

9. การทำการสอบซ้ำหากการสอบครั้งแรกไม่ผ่าน

การทำการสอบซ้ำสามารถทำได้สูงสุด สองครั้ง ภายในระยะเวลาหนึ่งปีนับตั้งแต่การสอบครั้งแรกเสร็จสิ้น โดยผู้สอบสามารถใช้รหัสเดิมที่เคยได้รับได้ แต่หากพ้นระยะเวลาหนึ่งปีแล้ว ผู้สอบต้องส่งคำร้องเพื่อขอรับรหัสใหม่

10. รายการอื่นๆ

ถ้าหากใบสมัครเข้าสอบของคุณถูกทางเจ้าหน้าที่ของ PMI เลือกที่จะตรวจสอบความเป็นจริงและถูกต้อง คุณจะต้องส่งแบบฟอร์มซึ่งทาง PMI มีให้ไปที่หัวหน้างานคนปัจจุบันของคุณรวมทั้งหัวหน้าในอดีต และส่งกลับไปที่ PMI.